ข้อมูลและแนวโน้มของการเดินทางและท่องเที่ยว

วันที่ 22 พ.ค. 2563 เวลา 16:52 น.
 4115
 

สรุปสาระสำคัญจากการสัมมนาออนไลน์
เรื่อง "กลยุทธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในสถานการณ์โควิด-19"
ในวันอังคารที่ 12 พ.ค. 2563 เวลา 9.00 น.

โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ Expedia Group
และสมาคมโรงแรมไทย

 

หัวข้อ : ข้อมูลและแนวโน้มของการเดินทางและท่องเที่ยว โดย ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


UploadImage
 

New Normal ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิด-19 มีทั้งหมด 5 ประการ

 

 Nothing will be the same   :    ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ การออกมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส และสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว เช่น มาตรการความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของสายการบิน และโรงแรมที่พัก

 

Only the strong travel   :   นักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญด้านสุขภาพและความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องการข้อมูลด้านความสะอาด สุขอนามัยพื้นฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งจะเกิดการแบ่งปันข้อมูลต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคระบาด
 

Everything’s under control    :   สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวต่างๆ จะสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของมาตรการการควบคุมโรค และปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทาง การเคลื่อนย้ายหรือการรวมตัวกันของกลุ่มคน เป็นต้น
 

Rise of the individual   :   นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวคือ กลุ่ม Gen Y หรือ กลุ่ม Millennial ซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบคิดนอกกรอบ และชื่นชอบในนวัตกรรมใหม่ๆ โดยผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ และปรับเปลี่ยนวิธีการให้บริการเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น
 

Digital future is now    :  เทคโนโลยีจะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจในการบริการต่างๆ


UploadImage
 

พฤติกรรมและแนวโน้มการท่องเที่ยวก่อนและหลังสถานการณ์โควิด-19
 

รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวก่อนสถานการณ์โควิด-19

รูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19

 

นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมชอบเดินทางเป็น กลุ่มขนาดใหญ่

นักท่องเที่ยวจะเดินทางเป็นกลุ่มที่เล็กลง หรือกลุ่ม FIT

 

Long-hual travel :  ใช้เวลาในการเดินทางนาน

Short-hual travel    : ใช้เวลาในการเดินทางสั้นๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

Conventional tourism   :    การท่องเที่ยวที่เน้นกิจกรรมนันทนาการ หรือการท่องเที่ยวพักผ่อนทั่วไป

Healthy Tourism   :   นักท่องเที่ยวจะหันมาให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

Contact-minded holiday makers  :    การท่องเที่ยวในรูปแบบพบปะผู้คน

Traditionalists   :   การเดินทางท่องเที่ยวแบบปลอดภัย และไม่เสี่ยงภัย

Moderates Travelers   :  ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ใช้ระยะเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวนาน และนิยมท่องเที่ยวในวันธรรมดามากกว่าวันหยุด

Budget Travelers :    นักท่องเที่ยวจะท่องเที่ยวแบบประหยัด ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

 



UploadImage

 

ระยะเวลาในการฟื้นฟู

โดย ททท. อยู่ระหว่างการจัดทำแผนฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นพัฒนาและยกระดับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
 

Lockdown Exit : เป็นระยะที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ โดย ททท. จะไม่กระตุ้นให้เกิดการออกเดินทางท่องเที่ยว แต่จะเน้นเรื่องการเตรียมความพร้อม การซ่อมสร้าง และการปรับตัวเข้าสู่ New Normal ที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงและยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งจะเน้นสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวเลือก และตัดสินใจเดินทาง เมื่อสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลาย
 
Selective Open : เป็นระยะที่เริ่มมีการเปิดเมือง และจะเปิดอย่างจำกัดประมาณ 50-60% ของพื้นที่เที่ยว ซึ่งจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในบางประเทศ สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ แต่ต้องเป็นประเทศที่มีการควบคุมโรคเป็นอย่างดี และต้องมีใบอนุญาตจากแพทย์ โดยในระยะที่ 2 นี้จะยังมีมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดซ้ำ
 
Extensive Open : ในระยะนี้จะเปิดเมืองทั้งหมด ซึ่งความพร้อมในการเปิดประเทศทั้งหมดอาจจะใช้เวลาถึง 3-6 เดือนเป็นอย่างน้อย และการเปิดเมืองครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมเพราะยังต้องให้ความสำคัญ ด้านความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจทางด้านสุขอนามัยให้แก่นักท่องเที่ยว
 
ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในระยะแรกคือ Lockdown Exit ที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆมากขึ้น จึงเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังปรับปรุง ซ่อมสร้าง และเตรียมความพร้อมให้แก่บริการเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางเข้ามาในอนาคต
 
UploadImage
 

โครงการ SHA

ททท. จัดทำโครงการเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ภายใต้ชื่อ “Amazing Thailand Safety & Health Administration” หรือ SHA  เพื่อตอบรับกระแส New Normal ของนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญด้านสุขภาพ สุขอนามัย และความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
 

- เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยร่วมกันสร้างมาตรการ 2 ส่วน คือ มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสุขอนามัยดูแลโดยกระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการการท่องเที่ยวดูแลโดยภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ททท. จะเป็นผู้ออกตราสัญลักษณ์ให้แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการประเมินเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว โดยเน้นว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยสามารถได้รับทั้งความสุขใจและความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน
 
- ททท. ร่วมกับ พันธมิตรหลายภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ควบคุมการออกตราสัญลักษณ์ SHA เพื่อเป็นมาตรฐานให้แก่ผู้ประกอบการทั้งหมด 10 กิจการ คือ กิจการภัตตาคาร/ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก/สถานที่จัดประชุม สถานที่ท่องเที่ยว/นันทนาการ ยานพาหนะ บริษัทนำเที่ยว สปานวดเพื่อสุขภาพ/นวดเพื่อเสริมความงาม ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว โรงละคร/โรงมหรสพการจัดกิจกรรม และร้านค้าของที่ระลึก/ร้านค้าอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 และยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว

- ททท. มุ่งหวังให้ SHA เป็นแนวทางการปฏิบัติที่มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของนักท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “เพื่อนักท่องเที่ยวโดยนักท่องเที่ยว”  โดยจะเน้นการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ โดยจะเปิดระบบออนไลน์ให้สามารถเข้าร้องเรียน หรือให้ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการของสถานประกอบการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการทั้ง 10 กิจการข้างต้นเข้าสู่มาตรฐาน SHA ต่อไป

เรื่องมาใหม่