Logistics & Supply Chain กับการท่องเที่ยว - โอกาสและความท้าทาย

วันที่ 24 ก.ย. 2561 เวลา 16:32 น.
 182

แนวคิดโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (Logistics & Supply Chain) เป็นที่รู้จักและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างผลกำไรให้กับองค์กรธุรกิจ

 

โลจิสติกส์ (Logistics) คืออะไร?

 

UploadImage

 

ที่มา: กองโลจิสติกส์ กระทรวงอุตสาหกรรม

 

โลจิสติกส์ (Logistics) คือ กิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายหรือการไหลของวัตถุดิบ (Materials Flow) ข้อมูลข่าวสาร (Information Flow) และการบัญชี (Financial Flow) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางผู้บริโภค ในเวลาที่ถูกต้อง (Right Time) ณ สถานที่ที่ถูกต้อง (Right Place) ด้วยเงื่อนไข ปริมาณ และต้นทุนที่ถูกต้อง โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า (Forecasting) การจัดซื้อจัดหา (Procurement) การบรรจุหีบห่อ (Packaging) กระบวนการผลิต (Warehouse) การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory) การจัดส่ง (Transportation) การให้บริการลูกค้า (Customer Service) และโลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse) เป็นต้น

 

โซ่อุปทาน (Supply Chain) คืออะไร?

 

โซ่อุปทาน (Supply Chain) มีความหมายกว้างกว่า โลจิสติกส์ (Logistics) โดยเน้นการเชื่อมโยงสอดประสานกันระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในแนวดิ่ง (Vertical) และแนวราบ (Horizontal) ตั้งแต่ต้นน้ำหรือโซ่อุปทานที่เข้าสู่ผู้ผลิต (Upstream) จนถึงกลางน้ำหรือโซ่อุปทานภายในกระบวนการผลิต (Midstream) จนสิ้นสุดที่ปลายน้ำหรือโซ่อุปทานที่เข้าสู่ลูกค้า (Downstream) ซึ่งหัวใจสำคัญของโซ่อุปทาน คือ ความร่วมมือ(Collaboration) ในการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ความร่วมมือแบบร่วมกันซื้อร่วมกันขาย (Joint Purchasing and Sales/Distribution) และความร่วมมือแบบวางตารางหรือวางแผนร่วมกัน (Joint Scheduling and Wave Planning) เป็นต้น

 

จะประเมินประสิทธิภาพโซ่อุปทานได้อย่างไร?

 

การประเมินประสิทธิภาพโซ่อุปทานเป็นกระบวนการที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากผลการประเมินสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่แท้จริงในการจัดการโซ่อุปทาน ซึ่งโดยทั่วไปมักนิยมใช้ SCOR Model ในการประเมินผลกิจกรรมใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านการวางแผน (Plan) ด้านการจัดหาวัตถุดิบ (Source) ด้านการผลิต (Make) ด้านการจัดส่ง (Deliver) และด้านการส่งคืนสินค้าจากลูกค้า (Return) โดยมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพของโซ่อุปทานที่สำคัญ คือ การวัดความน่าเชื่อถือ (Reliability) การวัดความรวดเร็ว (Speed) การวัดความยืดหยุ่น (Flexibility) และการวัดประสิทธิภาพของต้นทุน (Cost effectiveness) เป็นต้น

 

จะเห็นว่าแนวคิดเรื่องโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน (Logistics & Supply Chain) มีความสำคัญยิ่งต่อธุรกิจ เพราะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างผลกำไรให้กับองค์กร หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโลจิสติกส์และโซ่อุปทานเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ความจริงแล้วโลจิสติกส์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโซ่อุปทานเท่านั้น และเป็นกิจกรรมที่บูรณาการร่วมกันยากที่จะแยกแยะจากกันได้ ปัจจัยแห่งความสำเร็จของแนวคิดนี้อยู่ที่วิธีการทำให้ความสัมพันธ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหล่อหลอมเข้าด้วยกันจนบรรลุผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย จนสามารถส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้า ได้ถูกทึ่ ถูกเวลา และในต้นทุนที่เหมาะสมได้

 

หมายเหตุ: แนบ Mind Mapping “105 - Logistics & Supply Chain - พจมาน ภาษวัธน์


โดย คุณพจมาน ภาษวัธน์

ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนกำลังคนกลุ่มสาขาอาชีพโลจิสติกส์และซัพพลายเชน


เรื่องมาใหม่