ทิศทางการท่องเที่ยวโลก

วันที่ 24 ก.ย. 2561 เวลา 16:24 น.
 173

สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council)

 

UploadImage

 

สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ Global Sustainable Tourism Council (GSTC) เป็นองคกร์อิสระภายใต้เครือข่ายขององค์การสหประชาชาติ (UN) จัดตั้งขึ้นในปี 2007 จากการรวมตัวของ 32 องค์กร โดย GSTC ถือเป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของโลกขึ้น (Global Sustainable Tourism Criteria) ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวประกอบด้วย หลักเกณฑ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับแหล่งท่องเที่ยว (Destination) หลักเกณฑ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับโรงแรม (Hotel) และหลักเกณฑ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนสำหรับบริษัทนำเที่ยว (Tour Operator) ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางขั้นพื้นฐานให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้เกิดความอย่างยั่งยืน รวมถึงเพื่อสร้างการยอมรับในหลักการของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับสากล โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวเน้นการบริหารจัดการการท่องเที่ยวแบบบูรณาการอย่างครอบคลุมในทั้ง 4 มิติ คือ 1) มิติด้านการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน 2) มิติด้านการเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบทางสังคม - เศรษฐกิจแก่ชุมชนท้องถิ่น 3) มิติด้านการเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบเชิงลบทางวัฒนธรรมแก่ชุมชนและนักท่องเที่ยว และ 4) มิติด้านการเพิ่มผลประโยชน์และลดผลกระทบด้านลบทางสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

เทรนด์การท่องเที่ยวโลก

 

คุณ Randy Durband ได้นำเสนอเทรนด์การท่องเที่ยวโลกที่น่าจับตามองในปี 2018 ดังนี้

  • ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง (Overtourism) จากความต้องการในการเดินทางท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี นำมาซึ่งปัญหาความแออัดของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เกินขีดความสามารถในการรองรับได้ของพื้นที่ เช่น ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เช่น การนำระบบ Visitor Management มาปรับใช้
  • ภาวะความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) การท่องเที่ยว กรณีนี้เกิดขึ้นได้ใน 2 รูปแบบ กล่าวคือ ภาวะอุปทานมากกว่าอุปสงค์ ซึ่งจะนำไปสู่สถานการณ์สินค้าและบริการล้นตลาด ผู้ประกอบการขาดทุน และกรณีภาวะอุปสงค์มากกว่าอุปทาน จะนำไปสู่สถานการณ์นักท่องเที่ยวล้นเมือง ทำให้เกิดปัญหาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรมตามมา
  • แหล่งท่องเที่ยวขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสม นำไปสู่ความไม่ยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยว
  • Disruptive Technology ที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยว สร้างความท้าทายให้ผู้ประกอบการต้องรีบปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ
  • การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นเพียงนโยบาย ยังขาดการนำไปปฏบัติใช้

 

ผลกระทบจากการท่องเที่ยว

 

การท่องเที่ยวสามารถก่อให้เกิดผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ในด้านหนึ่งการท่องเที่ยวช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ในทางกลับกันก็สามารถนำไปสู่ปัญหามลภาวะ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมถูกทำลาย รวมไปถึงปัญหาการกระจายของรายได้ที่ไม่ทั่วถึง ซึ่งประเด็นนี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนของโลก จึงได้จัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs Goals) ขึ้น เพื่อใช้เป็นทิศทางในการพัฒนาโลกตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปี 2030 ทั้งนี้ SDGs ดังกล่าว ประกอบด้วยเป้าหมายที่ต้องบรรลุในปี 2030 จำนวน 17 ข้อ

 

UploadImage

 

          ที่มา: มูลนิธิมั่นพัฒนา

 

ภายใต้เป้าหมายดังกล่าว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างผลกระทบโดยตรงต่อเป้าหมาย จำนวน 3 ข้อ ได้แก่ ข้อที่ 8 ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ข้อที่ 12 สร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และข้อที่ 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

 

ดังนั้น เพื่อให้การท่องเที่ยวสามารถบรรลุผลตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี 2030 ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงควรตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมมือกันนำหลักการดังกล่าวไปปฏิบัติใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแค่นโยบาย แต่สร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ

 

 

หมายเหตุ: แนบ Mind Mapping “101 - ทิศทางการท่องเที่ยวโลก - Randy Durband GSTC


โดย Mr. Randy Durband

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก

Global Sustainable Tourism Council (GSTC)


เรื่องมาใหม่