สถานการณ์ท่องเที่ยวมุสลิมโลก

วันที่ 11 มิ.ย. 2561 เวลา 15:56 น.
 370
ในเวลานี้หากพูดถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มไหนที่มาแรงและน่าจับตามองเป็นอันดับต้นๆ ถ้าแบ่ง Demographic
Segment ตามศาสนา แน่นอนว่าหลายคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ากลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมนี่แหละ
ที่กำลังมาแรงและน่าจับตามองมากที่สุด เหตุผลง่ายๆ คงหนีไม่พ้นอัตราการเติบโตของประชากรชาวมุสลิม
ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการเติบโตมากกว่าสองเท่าของอัตราการเพิ่มของประชากรโลก นอกจากนั้น
ผลสำรวจจาก MasterCard ที่ได้ทำร่วมกับ CrescentRating ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอัตราการเพิ่มขึ้นของ
จำนวนนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เดินทางระหว่างประเทศว่ามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สวนทางทิศทาง
เศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน จาก 25 ล้านคนในปี 2000 เป็น 98 ล้านคนในปี 2010 และเพิ่มเป็น 121 ล้านคน
ในปี 2016 
 
UploadImage
 
MasterCard ยังได้คาดการณ์อนาคตอันใกล้ไว้อีกด้วยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เดินทางท่องเที่ยว
ระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 158 ล้านคนภายในอีก 2 ปีข้างหน้า และในขณะเดียวกัน ประชากรมุสลิมทั่วโลก
จะมีปริมาณกว่าร้อยละ 26 ของประชากรโลกภายในปี 2030 อีกด้วย


Muslim Millennial

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่างทราบกันดีว่าตลาดการท่องเที่ยวมุสลิมนั้นจะแพร่กระจายไปรอบโลกอย่างรวดเร็วในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตก็คงหนีไม่พ้นการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชาการกลุ่ม Muslim Millennial ที่จะมีจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับประชากร Millennial ของศาสนาอื่น 
UploadImage

คุณทราบหรือไม่ว่าประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกรวมกันนั้นมีมากถึง 1.8 พันล้านคน (ร้อยละ 24.1 ของประชากรโลก) และร้อยละ 60 ของ 1.8 พันล้านคน (1.08 พันล้าน) ของจำนวนดังกล่าว ก็คือประชากรชาวมุสลิมซึ่งมีอายุต่ำกว่า 30 ปี กลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิมนับเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุด โดยมีอายุเฉลี่ยเพียง 23 ปีเท่านั้นเอง

แน่นอนว่านักการตลาดหลายคนที่ตระหนักถึงความสำคัญของแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ก็คงจะไม่อยู่เฉยๆ อย่างแน่นอน พวกเขาเหล่านั้น ก็คงจะเริ่มคิดค้นหากลยุทธ์ไม้เด็ดออกมามัดใจผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นแน่แท้ ยกตัวอย่างเสื้อผ้าแบรนด์ดัง Dolce & Gabbana, DKNY และ Tommy Hilfiger ที่ได้เริ่มสร้างสรรค์เสื้อผ้าสไตล์ ‘Modest Fashion’ เพื่อออกมาตีตลาดจับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหญิงชาวมุสลิม


Muslim Millennial กับการท่องเที่ยว

ถ้าพูดถึงลักษณะนิสัยเฉพาะตัวของผู้บริโภคกลุ่ม Millennial ไม่ว่าจะมาจากศาสนาไหน คงมีคำนิยามสั้นๆ เพียง 5 คำมาอธิบาย ซึ่งก็คือ Specific Need (มีความต้องการเฉพาะเจาะจง), Character (มีความเป็นเอกลักษณ์), Motive (มีความจูงใจ), Expectation (มีความคาดหวัง) และ Tech-savy (มีความเชี่ยวชาญเทคโนโลยี) สำหรับข้อแตกต่าง ที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่ม Millennial ที่แตกต่างจากผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆก็คงจะเป็นลักษณะนิสัยการชอบแชร์ประสบการณ์และชอบแสดงออกทางความคิดที่เปิดกว้างทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์
 
UploadImage
 

หากมองย้อนกลับไปถึงโครงสร้างโดยรวมของตลาดการท่องเที่ยวฮาลาลจากหลายๆ สำนักที่ทำ Research ก็จะพบว่านักท่องเที่ยวชาวมุสลิมส่วนมาก นิยมเดินทางกันเป็นครอบครัว ซึ่งในขณะเดียวกัน MasterCard ก็ได้ออกมาระบุเพิ่มเติมว่านักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เกิดระหว่างปี 1980-2000 (ร้อยละ 60 ของประชากรมุสลิมทั่วโลก) มีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งกับเพื่อน เดินทางคนเดียวและครอบครัว ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2016 กว่าร้อยละ 36 แน่นอนว่านักท่องเที่ยวกลุ่ม Muslim Millennial จะต้องทำให้รูปโฉมตลาดการท่องเที่ยวนั้นสั่นคลอนอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้

สถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวมุสลิมในไทย

ผลสำรวจรายงานดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก (Global Muslim Travel Index) ประจำปี 2017 ที่จัดทำขึ้นโดย MasterCard และ CresentRating ได้รายงานว่า ประเทศไทยมีอันดับคะแนนความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมอยู่ในอันดับที่ 18 ของโลก ซึ่งหากตัดประเทศกลุ่ม OIC - Organisation of Islamic Cooperation (ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม) ออก ประเทศไทยก็จะอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศทั้งหมดที่ไม่ใช่ประเทศในกลุ่ม OIC ตามหลังเพียงแค่ประเทศสิงคโปร์เท่านั้น ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่สูง มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมจากกลุ่มชาติ Majority (ตะวันออกกลางและเอเชีย) จาก 2.63 ล้านคนในปี 2006 เพิ่มเป็น 6.03 ล้านคนในปี 2016
 
UploadImage
 

ถึงแม้ศาสนาอิสลามจะไม่ใช่ศาสนาหลักของประเทศไทย แต่ประเทศไทยก็ถือว่าเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับทุกศาสนา เห็นได้จากปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาที่มีน้อยด้วยเหตุนี้เองประเทศไทยจึงนับเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม และเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่ชาวมุสลิมนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว

อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่เดินทางเข้าประเทศไทย ณ ตอนนี้ ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์มาจากการออกคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 27 มกราคม 2017 ที่ได้ระงับการรับผู้ลี้ภัยเข้าประเทศ และระงับการออกวีซ่าให้กับ 7 ประเทศกลุ่มมุสลิม(อิรัก อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซีเรีย ซูดาน และเยเมน) เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมกระจายตัวไปยังภูมิภาคอื่นๆ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองก็นับเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ได้รับอานิสงส์ในส่วนนี้ไม่มากก็น้อย

ในขณะเดียวกันนอกเหนือจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นประเทศไทยนับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้เริ่มต้นให้ความสำคัญกันักท่องเที่ยวชาวมุสลิมเร็วกว่าหลายๆ ประเทศเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชาวมุสลิมมากมายอาทิ ร้านอาหารฮาลาล ที่พักฮาลาล และสิ่งอำนวยความสะดวกทางศาสนกิจทั้งภายในท่าอากาศยาน และบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหากเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ประเทศยอดนิยมอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวมุสลิมที่ไม่ใช่กลุ่ม OIC ตามผลสำรวจรายงานดัชนีการท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกประจำปี 2017 (Global Muslim Travel Index 2017) จะเห็นได้ถึงจุดแข็งในหลายๆด้านของประเทศไทยที่มีคะแนนที่สูงกว่า ได้แก่ คะแนนการเป็นจุดหมายที่เป็นมิตรต่อครอบครัวสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานสถานที่พักและโรงแรมการให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมการเดินทางทางอากาศที่เชื่อมโยง และการเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่า

ในวินาทีนี้คงไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่รู้จักโรงแรมอัล มีรอซ (Al Meroz)โรงแรม 4 ดาวแห่งแรกในประเทศไทยที่มีลักษณะการให้บริการรูปแบบฮาลาลเต็มรูปแบบ โรงแรมอัล มีรอซได้รับการออกแบบในรูปแบบคอนเทมโพรารีอิสลามิกดีไซน์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานฮาลาลระดับโลก โรงแรมอัล มีรอซมีจุดเด่นก็คือการเป็นโรงแรมฮาลาลที่เป็นมากกว่าการให้บริการอาหารฮาลาลเหมือนโรงแรมทั่วไป แต่ภายในโรงแรมนั้นจะปราศจากแอลกอฮอล์ มีห้องละหมาดที่สะดวกสบายมีสระว่ายน้ำ มีฟิตเนสที่แยกบริการชายหญิง และมีห้องพักและห้องอาหารที่ถูกต้องตามหลักฮาลาลอย่างแท้จริง
 
UploadImage
อนาคต

ในอนาคตผู้บริโภคชาวมุสลิมนั้นจะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่และสร้างรายได้มหาศาล ถึงแม้ว่าในตอนนี้
ผู้ประกอบการหลายๆ คนอาจมองข้ามผู้บริโภคกลุ่มนี้และยังให้ความสำคัญไม่มากนัก แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้
จะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่จะทำให้กระแสการทำธุรกิจนั้นต้องเปลี่ยนแปลง สามารถยืนยันได้จากผลการวิจั
ของ Pew Research Center ที่ได้ศึกษาและคาดการณ์อัตราการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ (เชิงศาสนา)
ระหว่างปี 2015-2060 ที่แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของประชากรชาวมุสลิมที่มีการเติบโตกว่าร้อยละ 70
ที่เติบโตสูงกว่าประชากรศาสนาอื่น และในปี 2070 ประชากรมุสลิมก็จะกลายเป็นกลุ่มประชากรทางศาสนา
ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ผู้ประกอบการทุกๆ อุตสาหกรรมนั้นต้องให้
ความสำคัญเป็นพิเศษ
 
UploadImage
 

_
อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่
www.tatreviewmagazine.com
#TATReviewMagazine
 

 

เรื่องมาใหม่