ห้องสมุดฟินแลนด์ สารตั้งต้นแห่งความสุขที่ยั่งยืนของพลเมือง

วันที่ 10 เม.ย. 2563 เวลา 17:50 น.
 841
UploadImage


หากพูดถึงประเทศที่พลเมืองมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากที่สุดนั้น “ฟินแลนด์” คือ คำตอบแรกในใจของทุกคน โดยครองอันดับ 1 ของประเทศที่ประชากรมีความสุขมากที่สุดในโลกถึง 3 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี 2017 - 2019) จากผลการสำรวจล่าสุดของ World Happiness Report 2020 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ จากการรายงานของ World Economic Forum 2019 ประเทศฟินแลนด์ยังครองอันดับหนึ่งด้านการมีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพดีเยี่ยมที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน โดยรัฐบาลของประเทศนี้คือ ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างความสุขมวลรวมของประชาชาติให้เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการสนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีระบบการศึกษาที่เน้นเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ รวมไปถึงผลักดันให้พลเมืองทุกคนได้รับสิทธิทางด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

UploadImage

เครดิตภาพจาก :  visitfinland.com

ปัจจัยสร้างความสำเร็จของคุณภาพด้านการศึกษาของฟินแลนด์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก คือ การส่งเสริมการเรียนรู้จากห้องสมุดซึ่งเป็นเสมือนคลังความรู้ของพลเมืองที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่าสถาบันการศึกษา เพราะการเสริมสร้างศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น รัฐบาลฟินแลนด์จึงทุ่มเงินงบประมาณเพื่อสนับสนุนให้ประชากร จำนวน 5.5 ล้านคน มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงกัน ดังนั้น หากประชากรฟินแลนด์ต้องการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ ห้องสมุดที่ตั้งอยู่ในทุกมุมเมืองของประเทศ คือสถานที่แห่งแรกของการเริ่มแสวงหาการเรียนรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และสามารถเข้ามาใช้บริการโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ ส่งผลให้มีจำนวนผู้ใช้บริการยืมคืนหนังสือในปี 2019 มากถึง 4 ล้านครั้งจากจำนวนประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ ห้องสมุดยังถูกปรับภาพลักษณ์ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์แรงบันดาลใจ และแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ซึ่งกันและกันในทุกสาขาอาชีพ สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ห้องสมุดในฟินแลนด์มิใช่เพียงแค่เป็นห้องสมุดธรรมดาอีกต่อไป


UploadImage
เครดิตภาพจาก: oodihelsinki.fi ; Photograph : Kuvio, Risto Rimppi, Jonna Pennanen

หากพูดถึง “ห้องสมุดเมืองเอสโป (Espoo City Library)” ในประเทศฟินแลนด์ ที่กำลังถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลายนั้น ความมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้บริการ จนกระทั่งได้รับรางวัลห้องสมุดยอดเยี่ยมประจำปี 2019 (Library of the Year 2019) จากการประกาศผลในงานเทศกาลหนังสือกรุงลอนดอน (London Book Fair 2019)  “ห้องสมุดเมืองเอสโป” กลายเป็นตัวอย่างแก่ห้องสมุดทั่วโลกที่ปลุูกฝังนิสัยรักการอ่านให้ครอบคลุมทุกช่วงวัย โดยเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการบริการให้ตอบสนองถึงความต้องการของผู้คนในเมือง อีกทั้งยังประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาระบบการให้บริการ พร้อมทั้งขยายโอกาสในการเรียนรู้ไปสู่กลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ และกลุ่มผู้อพยพลี้ภัย เป็นต้น

UploadImageเครดิตภาพจาก : helmet.fi

จุดเด่นของห้องสมุดเมืองเอสโป คือผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก (accessibility) และมีความยืดหยุ่นของช่วงเวลาการให้บริการ (flexibility) ซึ่งตอบโจทย์วิถีชีวิตของพลเมืองในแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยห้องสมุดมีจำนวนสาขาเกือบ 20 แห่ง โดยห้องสมุดขนาดใหญ่จะตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ส่วนห้องสมุดขนาดเล็กจะกระจายอยู่บริเวณชานเมืองและถูกบริหารเรื่องการใช้งานโดยผู้ใช้บริการเอง (Self-service Library) อีกทั้งมีเวลาเปิดปิดที่ยืดหยุ่นขึ้นอยู่กับแต่ไลฟ์สไตล์ของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ห้องสมุดเมืองเอสโปยังจัดสรร “รถห้องสมุดเคลื่อนที่ (Mobile Library)” จำนวน 2 คัน คอยให้บริการจัดส่งหนังสือและออกไปให้บริการแก่ผู้อาศัยที่อยู่ห่างไกลจากห้องสมุด รวมถึงมีบริการจัดส่งหนังสืิอให้พิเศษสำหรับบ้านพักคนชราเช่นกัน ด้วยวิธีการบริหารจัดการโดยคำนึงถึงจิตใจผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ จึงทำให้โอกาสทางการศึกษาสามารถขยายลงไปถึงประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างไม่มีเงื่อนไข


UploadImage
เครดิตภาพจาก : helmet.fi ; Facebook : Sello Library

ความแตกต่างของห้องสมุดเมืองเอสโปที่สามารถชนะใจคนทุกเพศทุกวัยในฟินแลนด์ คือ การออกแบบบรรยากาศและประโยชน์ใช้สอยของห้องสมุดในมิติที่หลากหลาย ทำให้ห้องสมุดกลายเป็น “พื้นที่ที่มีชีวิตชีวาสำหรับทุกคน” อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมตัวหรือจุดนัดพบปะเพื่อนฝูงของเยาวชนวัยรุ่น ห้องสมุดมีการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปให้เข้าร่วมมากมาย ประชาชนยังสามารถยืมอุปกรณ์ที่เสริมสร้างทักษะ หรืออุปกรณ์นันทนาการต่างๆกลับไปใช้ที่บ้าน เช่น เครื่องดนตรี อุปกรณ์สำหรับงานศิลปะ หรืออุปกรณ์กีฬา เป็นต้น ซึ่งทุกคนสามารถใช้บริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ห้องสมุดเมืองเอสโปยังจัดสรรพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ หรือที่เราเรียกกันว่า “แหล่งเรียนรู้ที่มุ่งสู่ความเป็นมืออาชีพ (Maker Space)” โดยจะมีการรวมตัวของกลุ่มผู้ที่มีความสนใจเดียวกัน เพื่อร่วมสร้างผลงานชิ้นใหม่โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยให้คำแนะนำ ส่วนผู้อพยพลี้ภัยจะเน้นเข้ามาขอใช้บริการเข้าเรียนภาษาฟินนิช ซึ่งทางห้องสมุดเมืองเอสโปได้จัดให้มีการพบปะกันระหว่างชาวฟินแลนด์และกลุ่มผู้อพยพเพื่อสร้างเความเข้าใจในพื้นฐานของการใช้ชีวิต เน้นเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนทัศนคติทางสังคมและวัฒนธรรม เพื่อสร้างความกลมเกลียวให้เกิดขึ้นภายในชุมชน

UploadImage
เครดิตภาพจาก : helmet.fi ; Facebook : Sello Library, Facebook : Entresse Library

ดังนั้น ฟันเฟืองหลักที่ตอกย้ำคุณค่าของการศึกษาที่ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญมาตลอด คือ ความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันส่งเสริมคุณภาพการศึกษาผ่านการเรียนรู้จาก “ห้องสมุด” ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศอย่างแท้จริง ซึ่ง “ห้องสมุดเมืองเอสโป” ถือเป็นภาพสะท้อนของห้องสมุดในฟินแลนด์ทุกแห่งที่ล้วนปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันของผู้ใช้บริการมากขึ้น อีกทั้ง การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่าน และปลูกฝังการสร้างสรรค์จินตนาการผ่านการเรียนรู้จากห้องสมุด จึงเปรียบเสมือนการติดกระดุมเม็ดแรกซึ่งกลายมาเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการสร้างรากฐานของประเทศฟินแลนด์ให้มีความมั่นคงและเต็มไปด้วยพลเมืองที่มีความสุขจนถึงปัจจุบันนี้

UploadImage


เรื่องมาใหม่