Overtourism : Understanding and Managing

วันที่ 07 ส.ค. 2562 เวลา 16:13 น.
 192

บรรยายโดย  :  Mr. Xu Jing,   Regional Director for Asia and the Pacific, UNWTO 

 

UploadImage

 

 

Overtourism or Managing Growth?
  การนิยามคำว่า “Overtourism” สัมพันธ์กับการบริหารจัดการการท่องเที่ยว การที่จำนวนนักท่องเที่ยว     เพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีการกระจุกตัวค่อนข้างสูง ก่อให้เกิดปัญหาหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี จากการวิจัยของ UNWTO เรื่อง Global Survey on the Perception of Residents Towards City Tourism: Impact and Measures  พบว่า ร้อยละ 50 ของประชาชนท้องถิ่นเห็นว่าการท่องเที่ยวก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ดี และร้อยละ 49    มีความคาดหวังถึงมาตรการที่จะใช้ในการพัฒนาการบริหารจัดการท่องเที่ยวที่ดีมากขึ้น เห็นได้ว่าประชาชนท้องถิ่นไม่ได้มองการท่องเที่ยวว่าเป็นสิ่งที่แย่ 
 นอกจากนี้ งานวิจัยของ UNWTO เรื่อง Overtourism? Understanding and Managing Urban Tourism Growth beyond Perceptions ยังได้ยกกรณีศึกษาการบริหารจัดการพื้นที่ที่พบกับปัญหา Overtourism ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 3 พื้นที่ คือ 
1. Bukchon Hanok Village ในสาธารณรัฐเกาหลี เกิดปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยวจนส่งผลต่อ ผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่น เช่น ปัญหาขยะ เสียงดัง รบกวนความเป็นส่วนตัว ฯลฯ ทำให้เกิดข้อกำหนดเวลาในการเข้าไปท่องเที่ยว และการชี้แจงมารยาทในการท่องเที่ยวแก่ไกด์ทัวร์และนักท่องเที่ยว เป็นต้น
 2. Hangzhou ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เกิดปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ทำให้มีการนำเอาเทคโนโลยี เช่น Big Data Platform มาช่วยในการจัดการ Flow ของนักท่องเที่ยว การคาดการณ์จำนวนท่องเที่ยว ทั้งในช่วงปกติและในช่วงเทศกาลที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นปริมาณมาก เพื่อบริหารจัดการการรองรับให้เพียงพอและเหมาะสม อันจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจมากกว่า
3. มาเก๊า เป็นพื้นที่ที่มีขนาดเล็ก ประชากรน้อย แต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปสูงมาก  เกิดปัญหาความแออัดของนักท่องเที่ยวในเขตศูนย์กลางเมือง ทำให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไม่เพียงพอ และเกิดความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาเมืองเก่าและเมืองใหม่ เป็นต้น ทำให้เกิดการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยวขึ้นมารองรับ เช่น UNESCO Creative Cities Network การท่องเที่ยวทางทะเล (Marine Tourism) การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการพัฒนาการให้บริการเรือระหว่างฮ่องกงและมาเก๊า เป็นต้น 

Rebuffing the Myth of Tourism Congestion 
การนิยามปัญหา Overtourism นั้น จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคำนึงถึงจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องคำนึงถึงความสามารถในการจัดการการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งการจัดการนักท่องเที่ยวมีหลากหลายวิธี 
- การกระจายตัวทางการท่องเที่ยวให้ไม่กระจุกตัวอยู่ในเมืองหรือสถานที่ท่องเที่ยวหลัก สามารถทำได้โดยการมุ่งเน้นท้องถิ่น (Localized) มากกว่าการขยายเมืองหลัก 
- Overtourism ไม่ใช่เพียงปัญหาที่เกิดจากการท่องเที่ยวอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวโยงกับปัญหาอื่น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขด้วย 
- การใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหานั้นเป็นหลักสำคัญในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่วิธีการเดียวที่จะใช้แก้ปัญหา Overtourism ทั้งหมด

Visitor Management Strategies in Urban Area
กลยุทธ์ที่จะแนะนำในการจัดการนักท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองหลัก มีทั้งสิ้น 11 ข้อ คือ 
1. ส่งเสริมการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวภายในเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง
2. ส่งเสริมการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวตามช่วงเวลาต่าง ๆ
3. กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ ๆ และสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ
4. ทบทวนและปรับปรุงกฎหมาย/กฎระเบียบต่าง ๆ ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยอาจบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในบางพื้นที่
5. การเพิ่มประสิทธิภาพในการจำแนกและจัดกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถเข้าถึงและทำการตลาดได้ถูกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น 
6. สร้างความมั่นใจว่าชุมชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว
7. สร้างประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวที่เอื้อประโยชน์แก่ทั้งผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่และนักท่องเที่ยว
8. ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในเมือง
9. สื่อสารสร้างความเข้าใจในบริบทการท่องเที่ยวให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ภาคส่วนต่าง ๆ ถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการท่องเที่ยว
10. สื่อสารสร้างความเข้าใจด้านการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว
11. สร้างแนวทางการวัดและประเมินผลทางการท่องเที่ยว

การกระจายตัวทางการท่องเที่ยว (Tourism Dispersal) 
การกระจายตัวทางการท่องเที่ยวเป็นกลยุทธ์บริหารจัดการนักท่องเที่ยวที่สำคัญ จากการศึกษาของ UNWTO เรื่อง Beyond Gateway Destinations: Tourism Dispersal Policies ยกตัวอย่างกรณีศึกษาต่าง ๆ ซึ่งมีกรณีศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดังนี้
- อินโดนีเซีย มีการเสริมสร้างวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ด้วยการกำหนด Strategic Plan for Sustainable Tourism & Green Jobs 2010-2015 นอกจากนี้ยังมี Bali – Ten New Balis Growth Strategy เพื่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่มี   ความคล้ายคลึงกันให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวไปยังสถานที่ต่าง ๆ 
- ประเทศไทย มีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 2 เพื่อกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยว อีกทั้งกลยุทธ์ Go Local เพื่อพัฒนาและส่งเสริมจุดหมายปลายทางทางการท่องเที่ยวพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ 
- กัมพูชา มีการดำเนินงานผ่านแผน ASEAN Tourism Strategic Plan 2016 – 2025 เพื่อสร้างสินค้าทางการท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเพื่อจัดการกับปัญหา ความแออัดของนักท่องเที่ยวในบริเวณนครวัด การพัฒนาและส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ
- ญี่ปุ่น มีแผน Tourism Nation Promotion Basic Plan 2012-2016  มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าทางการท่องเที่ยว เช่น กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวจากผลกระทบของเหตุการณ์แผ่นดินไหวปี 2011 และการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอาหาร (Gastronomy Tourism) เป็นต้น

หมายเหตุ : ส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ Overtourism : TravelEnjoyRespect : Understanding and Managing ในหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (TME3) เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562


เรื่องมาใหม่