Digital Nomad : The New Traveler Tribe 2020 (and Beyond)

วันที่ 06 ส.ค. 2562 เวลา 16:55 น.
 45

บรรยายโดย : คุณศิเวก สัจเดว ผู้ก่อตั้งบริษัท Mindstree จำกัด

 

UploadImage

 

Digital Nomad คือ คนที่ใช้ชีวิตอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ของโลก มีอาชีพจากการทำทุกอย่างที่ได้เงินโดยใช้ระบบออนไลน์ ผ่านการใช้ Laptop และ Internet ก็สามารถทำงานจากทุกที่บนโลก ซึ่งเป็น Lifestyle รูปแบบใหม่ที่สามารถทำงานไปพร้อมกับการท่องเที่ยวได้ เช่น การทำงานไปพร้อมกับจิบ Cocktail อยู่ริมชายหาด หรือ การนั่งทำงานในร้านกาแฟและ Co-Working Space แทนการทำงานในออฟฟิศ

Digital Nomad แตกต่างจาก Freelance คือ Digital Nomad จะให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance ทำงานไปพร้อมกับการพักผ่อนหรือท่องเที่ยว แต่ Freelance จะโหมรับงานหนัก จากสถิติพบว่า กลุ่ม Digital Nomad ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการนอน 42% การทำงาน 25% ท่องเที่ยว 17% เรียนรู้หรือวางแผนการท่องเที่ยว 8% ทานอาหาร 6% และทำกิจกรรมผ่อนคลายอื่น ๆ 2%

แนวคิดของ Digital Nomad ในหนังสือ The 4-Hour Workweek โดย Tim Ferris คือ รูปแบบการทำอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ได้มากพอกับค่าใช้จ่าย โดยการได้รายรับมากแต่มีรายจ่ายที่มากตามไปด้วยนั้นไม่ได้ดีเท่าการได้รายรับที่ต่ำกว่า แต่สามารถนำไปใช้จ่ายในประเทศที่ค่าครองชีพต่ำ และมีเงินเหลือเก็บมากกว่า ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อให้มีรายได้สูงอีกต่อไป แต่สามารถทำงานไปพร้อมกับการพักผ่อนทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ

 

ตัวอย่างอาชีพในการเป็น Digital Nomad  ได้แก่

  • Website Developer/ Mobile Application Developer
  • Online Service Agency หรือการบริการออนไลน์ เช่น Marketing Online, Content Writing, SEO เป็นต้น
  • Online Entrepreneur หรือเจ้าของกิจการออนไลน์ เช่น Blogger, Youtuber เป็นต้น
  • Dropshipping หรือบริการซื้อสินค้าท้องถิ่นโดยไม่ผ่านคนกลาง และจัดส่งไปยังปลายทาง
  • Teacher, Translator

Platform ที่เชื่อมต่อกลุ่ม Digital Nomad กับผู้ที่ต้องการใช้บริการ เช่น www.feverr.com ที่รวบรวม Digital Nomad กลุ่มต่าง ๆ ให้ลูกค้าเลือกใช้บริการ โดยสามารถเลือกและติดต่อกันผ่าน Online เป็นต้น

โดยเฉลี่ย Digital Nomad ในสหรัฐอเมริกาสร้างรายได้ประมาณ 46,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทั้งนี้ 18% ของ Digital Nomad ทั้งหมด มีรายได้มากกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

สำหรับกลุ่ม Digital Nomad ที่เป็นเจ้าของกิจการ ปัจจุบันมีบริการรับสายโทรศัพท์ ตอบอีเมล์ โทรติดต่อลูกค้า หรือส่งใบวางบิลให้อีกด้วย เช่น บริษัท Valatam ในเวเนซุเอลา ที่รับให้บริการดังกล่าวข้ามประเทศ เป็นต้น

แนวโน้มประชากรกลุ่ม Digital Nomad ปี 2035 จะเติบโตขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการให้ความสำคัญกับความอิสระที่การทำงานรูปแบบเดิมให้ไม่ได้ โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials ที่ให้ความสำคัญกับการจัดสมดุล Work-Life Balance และหันมาทำงานอิสระ

ข้อมูลจากการสำรวจสถิติแรงงานในสหรัฐอเมริกาทำให้มีการคาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ. 2020 จะมีคนทำงานอิสระมากถึง 60 ล้านคน หรือมากกว่า 40% ของแรงงานทั้งหมด และคาดว่าในปี ค.ศ. 2035 อาจมี Digital Nomad ทั่วโลกกว่า 1 พันล้านคน หมายความว่าคนทำงานอิสระจะกลายเป็นอนาคตของตลาดแรงงานโลก

 

หมายเหตุ : ส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ The Power of Digital ในหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (TME3) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562


เรื่องมาใหม่